“นารายา” กระเป๋าผ้าพันล้าน ขวัญใจตลาดจีน

ไม่ใช่แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักแค่ในไทย แต่นารายาโด่งดังไกลเป็นแบรนด์ขวัญใจนักท่องเที่ยวหลายเชื้อชาติ ตำนานของกระเป๋าผ้าแบรนด์นี้เกิดจากธุรกิจอะไหล่ยนต์ แล้วผันตัวทำแบรนด์กระเป๋าเครื่องประดับของตัวเอง

เทรดดิ้งไม่รุ่ง ต้องมุ่งสร้างแบรนด์ของตัวเอง

ถ้าพูดถึงแบรนด์ “นารายา” ที่เป็นแบรนด์สิ่งทอ กระเป๋าผ้า และเครื่องประดับของไทยแท้ จนถึงวันนี้มีอายุถึง 29 ปีแล้ว แต่จริงๆ แล้วนั้นธุรกิจดั้งเดิมของนารายาไม่ใช่ธุรกิจแฟชั่นสิ่งทอแต่อย่างใด แต่เป็นธุรกิจเทรดดิ้ง หรือการรับสินค้ามาขายนั่นเอง

นารายาเป็นแบรนด์ของ “บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด” ก่อตั้งเมื่อปี 2532 โดย “วาสนา รุ่งแสงทอง ลาทูรัส” และ “วาสิลิโอส ลาทูรัส” สามีชาวกรีก โดยความรู้พื้นฐานเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ของสามี จึงเริ่มธุรกิจเกี่ยวกับจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ส่งไปยังต่างประเทศ เป็นธุรกิจแบบเทรดดิ้งชนิดซื้อมาขายไป ใครอยากได้สินค้าอะไรก็ไปสรรหามาให้ มีการคิดค่าคอมมิชชั่น 5% ส่วนวาสนาเติบโตมาจากธุรกิจค้าขายของครอบครัวย่านประตูน้ำ

แต่เมื่อทำธุรกิจได้สักพักหนึ่งก็พบปัญหาใหญ่ของการเทรดดิ้งสินค้าก็คือ สินค้าส่วนใหญ่จะมีโลโก้ติดอยู่แล้ว ทำให้ลูกค้าบางรายติดต่อแบรนด์โดยตรงด้วยตัวเอง ทำให้ทำงานลำบากมากขึ้น วาสนาจึงคิดว่าต้องมีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง

จนเมื่อปี 2536 ได้เริ่มทำแบรนด์ “นารายา” เกิดจากการที่เพื่อนของวาสนาบอกว่าอยากได้กระเป๋าแนว OTOP ที่เป็นลายช้าง วาสนาจึงได้ไอเดียมาทำเป็นกระเป๋านารายา ได้ก่อตั้งโรงานผลิต และจำหน่ายที่สาขาที่ห้างสรรพสินค้านารายณ์ภัณฑ์ด้วยพื้นที่เพียง 2 ตารางเมตร จากนั้นก็เริ่มขยายสาขาเข้าห้างสรรพสินค้า โดยแฟล็กชิพสโตร์คือที่เซ็นทรัลเวิลด์เป็นสาขาที่ 4 ตอนนั้นยังเป็นเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์อยู่เลย

นารายาของแท้ต้องมีโบว์ กับตาราง

วาสนาเล่าว่าตนเองไม่ได้มีประสบการณ์ด้านแฟชั่นเลย เย็บผ้าไม่เป็นด้วย แต่เป็นคนชอบผสมสี ชอบครีเอทสีใหม่ๆ และเป็นคนดีไซน์กระเป๋าด้วย ซึ่งสินค้าแรกของนารายาเป็นกระเป๋าผ้าแบบถือ และลายผ้าของนารายามีการจดทะเบียนป้องกันการลอกเลียนแบบทุกลาย

“กระเป๋าของนารายาเหมือนชุบชีวิตใหม่ให้กับกระเป๋าลายช้างที่เป็นสินค้า OTOP เอามาทำลายใหม่ให้มีสีสัน และ Signature ของนารายาก็คือโบว์ และตาราง หลายคนที่ก็อปไปก็เลี่ยงๆ ไม่มีโบว์กับตารางเหมือนเรา”

ซึ่ง “ราคา” ของนารายาก็เป็นจุดเด่นที่ทำให้หลายคนชื่นชอบ เพราะมีราคาไม่แพง เริ่มต้นที่หลักสิบ วาสนาบอกว่าหลักการตั้งราคาคือเอากำไรไม่มาก เน้นขายในจำนวนเยอะๆ อยากให้คนที่เข้าร้านมีสินค้าสัก 1 ชิ้นติดมือออกไปให้ได้

แตกแบรนด์ใหม่ครอบคุลมทุกกลุ่ม ไม่ได้ติดภาพกระเป๋า

ปัจจุบันนารายามีสินค้ากว่า 30,000-40,000 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ กระเป๋าถือ เครื่องใช้ตกแต่งบ้าน เครื่องครัว สินค้าสำหรับเด็ก สินค้าตามเทศกาล เครื่องเขียน เครื่องประดับ และเสื้อผ้า โดยมีสีให้เลือกกว่า 100 สี เพราะต้องเอาใจลูกค้าทุกประเทศ!

“จริงๆ ตัวเองเป็นดีไซเนอร์สินค้าด้วย แล้วพบเห็นว่าส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาร้านจะมาเป็นครอบครัว บางทีลูก หรือสามีมานั่งรอหน้าร้าน เลยอยากออกแบบสินค้าให้วาไรตี้ครอบคลุมทั้งหมดทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ทำให้สินค้ามีกว่า 100 สี เอาใจนักท่องเที่ยวหลายๆ ประเทศ ทำให้เขาเข้ามาในร้านต้องหยิบสินค้าออกไปสักชิ้นให้ได้”

ด้วยแบรนด์นารายาเป็นแบรนด์หลัก มีคาแร็คเตอร์เป็นผู้หญิงหวาน วัยทำงาน สินค้าจะโดนใจกลุ่มสาวๆ ทำให้วาสนามองว่าต้องมีแบรนด์อื่นมาเสริมทัพเพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม จึงได้ออกแบรนด์ใหม่ 4 แบรนด์ ได้แก่

  • NARA แบรนด์กระเป๋า เครื่องประดับสำหรับผู้ชาย ได้ทำตลาดมาแล้ว 3 ปี แต่มีแค่ที่สาขาสยามพารากอน ปีนี้จะมีวางจำหน่ายเกือบทุกสาขา
  • Aphrodite แบรนด์กระเป๋า และเครื่องประดับเซ็กเมนต์พรีเมี่ยม ใช้วัสดุดีขึ้น แต่ราคายังจับต้องได้
  • LaLaMa แบรนด์เสื้อผ้า และเครื่องประดับสไตล์โบฮีเมียน จับกลุ่มวัยรุ่น เริ่มขายได้ปีกว่าที่สาขาสยามสแควร์วัน และจะเริ่มไปในหลายๆ สาขา
  • Evangelisa แบรนด์เสื้อผ้า และเครื่องประดับจากผ้าไหม เอาผ้าไหมมาทำให้ร่วมสมัย เป็น Passion ส่วนตัวของวาสนาที่ต้องการให้ผ้าใหม่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาย่อมเยาว์

ทั้ง 4 แบรนด์ครอบคลุมสินค้าที่หลากหลายตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ โดยมีหลายสไตล์ หลายเซ็กเมนต์ ทำให้ภาพของนารายาวาไรตี้ขึ้น ไม่ได้จำกัดเป็นแค่แบรนด์กระเป๋าผ้าเหมือนเดิมอีกต่อไป โดยที่ในปีนี้เตรียมเปิดอีก 2 แบรนด์เพิ่มเติมด้วย

การแตกแบรนด์ใหม่นี้ ยังต้องการจับตลาดกลุ่มคนไทยให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะปัจจุบันสักส่วนลูกค้าคนไทยมีเพียงแค่ 20% เท่านั้น วาสนามองว่า “อาจจะเป็นเพราะพฤติกรรมคนไทยไม่อินกับกระเป๋าผ้า ชอบใช้กระเป๋าหนังมากกว่า” จึงทำให้เห็นคนไทยใช้นารายาน้อย การที่มีแบรนด์ใหม่เข้ามาสามารถช่วยทำให้เข้าถึงผู้บริโภคที่หลากหลายขึ้น

ในปี 2560 นารายามีรายได้ 1,600 ล้านบาท มีโรงงานผลิต 4 โรง ใน 3 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น โคราช และบุรีรัมย์ มีพนักงาน 3,000 คน และมีชาวบ้านที่ช่วยผลิตอีก 2,000 ครอบครัว มีกำลังการผลิตรวม 10-12 ล้านชิ้น/ปี ในปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโต 2 หลัก